การเดินทางมาเก็บภาพความประทับใจที่ “เกาะสีชัง” ทำได้ง่ายและคุ้มค่า เพียงวางแผนเช็กอินตามจุดถ่ายรูปเกาะสีชังที่เป็นไฮไลต์ ไม่ว่าจะเป็นสะพานอัษฎางค์ ช่องเขาขาด หาดถ้ำพัง จุดชมวิวเขาน้อย โขดหินสะพานเกาะลอย และศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ โดยควรถ่ายรูปช่วงเช้า (07.00-09.30 น.) สำหรับแสงนุ่มคลีน และช่วงเย็น (16.30-18.15 น.) สำหรับแสงทองยามพระอาทิตย์ตก
หากกำลังวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยว “เกาะสีชัง” ชลบุรี เกาะใกล้กรุงเทพฯ ที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์คลาสสิกของประวัติศาสตร์และธรรมชาติริมชายฝั่ง สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับสายคอนเทนต์ คือการตามหาจุดถ่ายรูปเกาะสีชังที่จะช่วยให้ได้ภาพถ่ายระดับภาพโปสการ์ดกลับไปลงโซเชียลมีเดีย แต่ด้วยพื้นที่ของเกาะที่มีทั้งหน้าผา หินรูปทรงแปลกตา และชายหาดโค้งมน การรู้พิกัดมุมถ่ายรูปเกาะสีชังที่เป๊ะที่สุด รวมถึงช่วงเวลาที่แสงสวย จะช่วยให้ทริปถ่ายรูปคุ้มค่าและได้ภาพน่าประทับใจโดยไม่ต้องเสียเวลาตามหาเอง บทความนี้ได้รวบรวมทุกพิกัดไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดมาไว้ให้แล้ว !

ตามหาที่ถ่ายรูปเกาะสีชังซึ่งเห็นผืนน้ำทะเลสีฟ้าครามได้อย่างชัดเจน นี่คือ 6 มุมถ่ายรูปเกาะสีชังที่เห็นทะเลและการันตีว่า กดชัตเตอร์มุมไหนก็ปังแน่นอน
“สะพานอัษฎางค์” ถือเป็นมุมถ่ายรูปมหาชนอันเป็นสัญลักษณ์ประจำเกาะที่ไม่ว่าใครมาถึงก็ต้องเช็กอิน ด้วยสะพานไม้สีขาวทรงคลาสสิกตั้งยื่นทอดยาวลงสู่ทะเลอ่าวไทย ตัดกับผืนน้ำสีฟ้าครามและท้องฟ้าสดใส โดยแนะนำให้ตากล้องยืนถ่ายจากบริเวณโคนสะพานฝั่งติดชายหาด โดยให้ตัวสะพานไม้เป็นเส้นนำสายตาไปสู่นายแบบหรือนางแบบที่ยืนหรือเดินอยู่กลางสะพาน ซึ่งจะทำให้ได้ภาพที่สมมาตร ได้กลิ่นอายความวินเทจคลาสสิกระดับภาพโปสการ์ด
สำหรับสายธรรมชาติที่ชื่นชอบความยิ่งใหญ่ตระการตา จุดถ่ายรูปเกาะสีชังในบริเวณ “ช่องเขาขาด” คือคำตอบ โดยพิกัดถ่ายรูปวิวหน้าผาหินธรรมชาติริมมหาสมุทรแห่งนี้มีสะพานปูนทอดยาวเลียบไปตามแนวหน้าผาให้เดินชมวิวและถ่ายภาพคู่กับเกลียวคลื่นที่กระทบฝั่ง แนะนำให้ถ่ายจากมุมสูงของสะพานปูนลงมา ให้เห็นเส้นโค้งของสะพานตัดกับหน้าผาหินชันและน้ำทะเลสีเขียวมรกต จะได้ภาพสไตล์พาโนรามาที่ดูโปร่ง กว้างขวาง เต็มไปด้วยพลังของธรรมชาติ
ชายหาดทรายขาวนวลแห่งเดียวบนเกาะสีชังที่โค้งรับกับน้ำทะเลใสสะอาด เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหามุมถ่ายรูปเกาะสีชังแนวสดใส ซัมเมอร์ ลุคชุดบิกินี หรือชุดเดรสพริ้ว ๆแนะนำให้ลองใช้วิธีนั่งถ่ายรูปบนโขดหินริมหาดตอนน้ำลด หรือยืนโพสท่าเล่นน้ำทะเลสู้แสงแดด เพื่อให้ได้ภาพที่ดูสดใสมีชีวิตชีวา
เปลี่ยนบรรยากาศมารับชมวิวทะเลในมุมสูงกันที่ “จุดชมวิวเขาน้อย” ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาของพื้นที่พระราชวังเก่า สามารถมองเห็นทัศนียภาพของโค้งอ่าวเกาะสีชังจากมุมสูงได้อย่างสวยงาม เทคนิคคือการยืนบริเวณจุดชมวิวโดยหันหน้าออกหาทะเล ให้ฉากหลังเป็นโค้งอ่าวสีฟ้าครามและบ้านเรือนเล็กในสไตล์ชุมชนชาวเกาะ จะช่วยให้ภาพถ่ายดูมีมิติ มีเรื่องราว สะท้อนภาพรวมของเกาะสีชังได้อย่างสวยงาม
แม้จะไม่ได้ตั้งอยู่บนเกาะสีชังโดยตรง แต่จุดเชื่อมต่อขึ้นเรือที่ “สะพานเกาะลอย” นับเป็นอีกหนึ่งที่ถ่ายรูปเกาะสีชังที่สายถ่ายรูปนิยมเช็กอินก่อนลงเรือข้ามฟาก แนะนำให้โพสท่าบริเวณโขดหินริมชายฝั่ง หรือแนวสะพานยาว โดยใช้ฉากหลังเป็นเรือประมงพื้นบ้านที่จอดเรียงรายกลางทะเล จะได้ภาพถ่ายสไตล์วิถีชีวิตริมทะเลที่มีความเรียบง่ายและเท่ไม่ซ้ำใคร
ปิดท้ายด้วยมุมถ่ายรูปเชิงสถาปัตยกรรมและศรัทธาอันศักดิ์สิทธิ์ จากบริเวณทางขึ้น “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่” ที่จะเห็นสถาปัตยกรรมสไตล์จีน-ไทยอันวิจิตรตระการตา โดยมีทั้งมุมสถาปัตยกรรมจีนและผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่ มอบความรู้สึกสงบ ขลัง พร้อมความงดงามในเชิงศิลปะอย่างลงตัว

การเลือกพิกัดถ่ายรูปที่ดีจะยิ่งสมบูรณ์แบบได้เมื่อจับคู่กับ “แสง” ที่ถูกต้อง โดยทั่วไป ช่วงเวลาที่แสงสวยจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ขึ้นอยู่กับสไตล์ภาพที่ต้องการ ดังนี้
แสงแดดสาดส่องจากทิศตะวันออก โดยแสงจะมีความนุ่มนวล ไม่ร้อนจัด ให้โทนสีที่คลีน สบายตา โดยในตอนเช้าทะเลจะเป็นสีฟ้าใสไร้เงาสะท้อนย้อนแสง
แสงอาทิตย์ยามเย็นคล้อยต่ำลงสู่ทิศตะวันตก เปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นเฉดสีส้ม สีทอง หรือกระทั่งสีชมพูพาสเทล มอบบรรยากาศที่อบอุ่น อบอวลไปด้วยความโรแมนติก
สถานที่แนะนำ : ช่องเขาขาดและหาดถ้ำพัง เนื่องจากเป็นจุดที่หันหน้าเข้าหาทิศตะวันตกโดยตรง ทำให้สามารถถ่ายภาพย้อนแสงแบบ Silhouette หรือถ่ายภาพบุคคลกระทบแสงแดดสีทองยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้อย่างงดงามที่สุด
การเดินทางมาเก็บภาพความประทับใจ ณ เกาะสีชัง จะกลายเป็นเรื่องง่ายและได้รูปสวยสมใจ เพียงแค่เลือกจุดถ่ายรูปเกาะสีชังที่ใช่ วางแผนแต่งตัวให้เข้ากับสถานที่ พร้อมเลือกช่วงเวลาการเดินทางตามทิศทางแสงอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นความคลาสสิกของสะพานอัษฎางค์ หรือความยิ่งใหญ่ของหน้าผาหินที่ช่องเขาขาด ทุกมุมถ่ายรูปเกาะสีชัง พร้อมจะมอบภาพถ่ายให้ได้เก็บไว้เป็นความทรงจำได้ตลอดทั้งปี
หลังจากตระเวนเก็บภาพสวยตามจุดถ่ายรูปเกาะสีชังมาตลอดทั้งวัน คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้กลับมาเอนกายพักผ่อนในบรรยากาศที่สงบ เป็นส่วนตัว และเปี่ยมไปด้วยความสะดวกสบายระดับสากล ยกระดับวันหยุดให้กลายเป็นรางวัลชีวิตอันล้ำค่า ด้วยการเลือกเช็กอินเข้าที่พักบนเกาะสีชัง ณ โรงแรมโนโวเทลมารีน่า ศรีราชา แอนด์ เกาะสีชัง
สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับบนเกาะส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น พูลวิลล่าริมชายหาด (Ocean Front Pool Villa) พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว หรือห้องพักดีไซน์โมเดิร์นที่มองเห็นวิวทะเลอ่าวไทยได้อย่างตระการตา เพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมสิทธิ์การใช้บริการท่าเรือส่วนตัว (Exclusive Pier) ที่เชื่อมต่อการเดินทางข้ามฟากจากฝั่งศรีราชาสู่เกาะสีชังได้อย่างสะดวกรวดเร็วและไร้รอยต่อ ให้ได้ตื่นมารับแสงเช้าวันใหม่ริมทะเลและเก็บภาพมุมสวยบนเกาะได้ก่อนใคร พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับพูลวิลล่าและสิทธิพิเศษมากมาย โดยสามารถติดต่อสำรองห้องพักได้ที่
ข้อมูลอ้างอิง
Q : ควรเตรียมตัว หรือแต่งกายอย่างไรให้ถ่ายรูปเข้ากับบรรยากาศเกาะสีชัง ?
A : แนะนำแต่งกายด้วยชุดโทนสีสว่าง เช่น สีขาว สีครีม หรือสีฟ้าพาสเทล เพื่อตัดกับสีเขียวมรกตของน้ำทะเลและหน้าผาหิน สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายรูปสไตล์วินเทจบริเวณสะพานอัษฎางค์ เดรสพริ้ว หรือเสื้อผ้าสไตล์คลาสสิกจะช่วยยกระดับภาพถ่ายให้เหมือนโปสการ์ดยิ่งขึ้น
A : นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางบนเกาะได้ง่าย โดยการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเอง หรือใช้บริการรถสามล้อเครื่อง (สกายแล็ป) และรถสองแถวเหมานำเที่ยว ซึ่งสามารถปักหมุดเดินทางไปยังจุดถ่ายรูปหลักได้อย่างรวดเร็วเพราะระยะทางบนเกาะไม่ไกลกันมาก
A : สามารถทำได้ เนื่องจากเกาะสีชังอยู่ใกล้กรุงเทพฯ และใช้เวลาข้ามเรือเพียงประมาณ 45 นาที แต่หากต้องการเก็บครบทั้งแสงเช้านุ่มคลีนและแสงทองยามพระอาทิตย์ตก การนอนค้างคืนที่เกาะสีชัง 1 คืน จะช่วยให้เก็บภาพได้ครบถ้วนและไม่เหนื่อยจากการเดินทาง
339 Jerm Jom Phon road, Sriracha, 20110 Chonburi
Thailand
โทร.: +66 33 265 888
อีเมล:
H9775-RE@accor.com